Google DeepMind เปิดตัวฟีเจอร์ Agentic Video Understanding สำหรับโมเดล Gemini 3.7 Flash, 3.6 Flash และ 3.5 Flash-Lite โดยเปลี่ยนจากการประมวลผลวิดีโอแบบเฟรมเรตคงที่ (Static) มาเป็นการใช้เอเจนต์ในการ 'ตัดสินใจ' ว่าจะดูช่วงเวลาไหนของวิดีโอด้วยความเร็วและรายละเอียดเท่าใด
การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถวิเคราะห์วิดีโอที่มีความยาวมากได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล ระบบสามารถค้นหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที หรือนับจำนวนวัตถุในวิดีโอที่เคลื่อนที่เร็วได้อย่างแม่นยำขึ้น โดยใช้การประมวลผลผ่านวงจรเอเจนต์ (Agentic Loop) ที่เรียกใช้เครื่องมือวิเคราะห์วิดีโอภายในของ Google โดยตรง